Language
 - 
Afrikaans
 - 
af
Albanian
 - 
sq
Amharic
 - 
am
Arabic
 - 
ar
Armenian
 - 
hy
Azerbaijani
 - 
az
Basque
 - 
eu
Belarusian
 - 
be
Bengali
 - 
bn
Bosnian
 - 
bs
Bulgarian
 - 
bg
Catalan
 - 
ca
Cebuano
 - 
ceb
Chichewa
 - 
ny
Chinese (Simplified)
 - 
zh-CN
Chinese (Traditional)
 - 
zh-TW
Corsican
 - 
co
Croatian
 - 
hr
Czech
 - 
cs
Danish
 - 
da
Dutch
 - 
nl
English
 - 
en
Esperanto
 - 
eo
Estonian
 - 
et
Filipino
 - 
tl
Finnish
 - 
fi
French
 - 
fr
Frisian
 - 
fy
Galician
 - 
gl
Georgian
 - 
ka
German
 - 
de
Greek
 - 
el
Gujarati
 - 
gu
Haitian Creole
 - 
ht
Hausa
 - 
ha
Hawaiian
 - 
haw
Hebrew
 - 
iw
Hindi
 - 
hi
Hmong
 - 
hmn
Hungarian
 - 
hu
Icelandic
 - 
is
Igbo
 - 
ig
Indonesian
 - 
id
Irish
 - 
ga
Italian
 - 
it
Japanese
 - 
ja
Javanese
 - 
jw
Kannada
 - 
kn
Kazakh
 - 
kk
Khmer
 - 
km
Korean
 - 
ko
Kurdish (Kurmanji)
 - 
ku
Kyrgyz
 - 
ky
Lao
 - 
lo
Latin
 - 
la
Latvian
 - 
lv
Lithuanian
 - 
lt
Luxembourgish
 - 
lb
Macedonian
 - 
mk
Malagasy
 - 
mg
Malay
 - 
ms
Malayalam
 - 
ml
Maltese
 - 
mt
Maori
 - 
mi
Marathi
 - 
mr
Mongolian
 - 
mn
Myanmar (Burmese)
 - 
my
Nepali
 - 
ne
Norwegian
 - 
no
Pashto
 - 
ps
Persian
 - 
fa
Polish
 - 
pl
Portuguese
 - 
pt
Punjabi
 - 
pa
Romanian
 - 
ro
Russian
 - 
ru
Samoan
 - 
sm
Scots Gaelic
 - 
gd
Serbian
 - 
sr
Sesotho
 - 
st
Shona
 - 
sn
Sindhi
 - 
sd
Sinhala
 - 
si
Slovak
 - 
sk
Slovenian
 - 
sl
Somali
 - 
so
Spanish
 - 
es
Sundanese
 - 
su
Swahili
 - 
sw
Swedish
 - 
sv
Tajik
 - 
tg
Tamil
 - 
ta
Telugu
 - 
te
Thai
 - 
th
Turkish
 - 
tr
Ukrainian
 - 
uk
Urdu
 - 
ur
Uzbek
 - 
uz
Vietnamese
 - 
vi
Welsh
 - 
cy
Xhosa
 - 
xh
Yiddish
 - 
yi
Yoruba
 - 
yo
Zulu
 - 
zu

ฮ่อเซียงโกว

๗.๖

ฮ่อเซียงโกว

ฮ่อเซียงโกว

( 何仙姑 )

ฮ่อเซียงโกว ( 何仙姑 ) เซียนแห่งความดีงาม ความซื่อสัตย์

 

นางฮ่อเซียงโกว เซียนแห่งความดีงาม ความซื่อสัตย์นามเดิมว่า เชียง แซ่ฮ่อ บิดาชื่อ เหอชู นางถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๐ ค่ำ เดือน ๔ ตามจันทรคติจีน เมื่อ พ.ศ. ๑๒๔๓ ณ ตำบลหนินหลิง อำเภอหยง แขวงเมืองกว่างตงบางตำนานว่าอาศัยอยู่แถบตำบลหยุนมู่ชี อำเภอเจิ้งเฉิงแขวงกว่างตง ในปีจิ่วซื่อ รัชสมัยพระนางบูเช็กเทียนแห่งราชวงศ์ถังเสวยราชย์ พ.ศ. ๑๒๒๗ - ๑๒๔๘ กล่าวกันว่าฮ่อเชียงโกวมีนิสัยอ่อนโยน ร่าเริง ชอบอยู่อย่างสงบนางช่วยบิดามารดาเก็บใบชาที่ไร่ชาของบิดาที่ปลูกไว้เนินเขา วันหนึ่งเธอได้พบกับเซียนลื่อต่งปินที่ไร่ชาและได้คุยสนทนากัน เมื่อเธอกลับมาถึงบ้าน กลางคืนฝันว่ามีใต้ซีอองค์หนึ่งมาบอกให้กินผงฮุนบ้อ ซึ่งเป็นผงแร่ชนิดหนึ่งแวววาวคล้ายกระจก ไต้ซือกล่าวว่าหากกินผงนี้เข้าไปแล้วจะทำให้เนื้อตัวเบา ไม่เจ็บ ไม่ไข้ และสามารถเดินเหินได้รวดเร็วเหมือนเหาะ เมื่อเธอตื่นขึ้นจึงคิดว่าเทวดาคงมาโปรดแน่นอน เธอจึงกินแป้งผงดังกล่าว หลังจากนั้นได้ ผลคือทำให้ตัวเบา ทำงานได้คล่องแคล่วว่องไวกว่าเดิมมากสามารถเดินได้เหมือนเหาะ ซึ่งขณะที่เธอมีอายุได้ ๑๓ ปีข้างบิดามารดาเห็นว่าเธอโตเป็นสาวแล้วสมควรที่จะมีครอบครัวตามประเพณี หากใครมาสู่ขอก็จะยกให้ทันที เมื่อเธอทราบดังนั้นจึงตั้งจิตอธิษฐานว่า จะขอเป็นสาว 

โสดตลอดชีวิต และเริ่มกินอาหารเจ บิดามารดาก็ไม่ได้บังคับแต่ประการใด อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า ฮ่อเชียงโกวเป็นธิดาเจ้าของร้านขายของชำที่ตำบลหนินหลิง แขวงหูหนานแห่งราชวงศ์ถังได้ขึ้นภูเขาไปเก็บสมุนไพรพบกับสื่อต่งปินเขาได้ให้ลูกท้อแก่เธอแล้วบอกว่าเมื่อกินเข้าไปแล้วจะได้เป็นเซียน

 

เย็นวันหนึ่งที่ฝั่งแม่น้ำในตำบลหนินหลิง ลี้ทิก้วยกับหน่าไฉฮั้วได้เหาะผ่านมาและเข้าไปสนทนากับเธอเซียนทั้งสองต่างแนะนำการปฏิบัติสมาธิวิธีการบำเพ็ญเพียรตลอดจนเวทมนตร์ต่างๆ ให้แก่เธอ ในช่วงที่เธอไปเก็บใบชาบนภูเขาหรือเดินทางท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ บนภูเขาแถบนั้นซึ่งใช้เวลาเดินทางไปกลับอย่างรวดเร็วแบบเซียนและยังได้เก็บผลไม้ในป่ามาฝากมารดาทุกครั้ง จนมารดาสูงสัยว่าไปเอาผลไม้เหล่านั้นมาจากที่ใด แล้วเธอก็เล่าให้ฟังตามที่ได้ศึกษาวิชาเซียนกับอาจารย์ทั้งสอง จนในที่สุดเธอก็สำเร็จเป็นเซียนเมื่ออายุได้เพียง ๑๔ ปีเท่านั้น เมื่อ พ.ศ. ๑๒๕๗ ทำให้พฤติกรรมของเธอเปลี่ยนไป คือมีความรู้ลุ่มลึก พูดจาฉะฉานมีเหตุผล มีความสง่านุ่มนวล ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากด้วยเวทมนตร์และการพยากรณ์ได้แม่นยำทำให้คนทั้งตำบลและอำเภอต่างกล่าวขานกันถึงความเป็นผู้วิเศษของเธอ กิตติศัพท์เล่าลือไปถึงเมืองหลวงฉางอานจนทรงทราบถึงพระกรรณพระนางบูเช็กเทียน พระองค์จึงโปรดเกล้าฯให้ข้าหลวงไปเชิญมาเฝ้า เธอก็มิได้ว่ากระไรแต่พอมาถึงกลางทางปรากฏว่าเธอหายตัวไป พวกขุนนางทหารต่างพยายามหาแต่ก็ไม่พบ จึงกลับไปกราบทูลให้ทรงทราบ

ในปีเอวี๋ยนเหอ รัชสมัยฮ่องเต้ถังเสวียนจง พ.ศ.๑๒๕๐ - ๑๒๕๓ ได้มีคนเห็นเซียนลี้ทิก้วยกับหน่าไฉฮั้วพาฮ่อเชียงโกวไปเข้าเฝ้าไท่เสียงเหล่ากุงที่เขาหัวซาน เพื่อรับการแต่งตั้งเป็นเซียนองค์ที่ ๖ ในนามว่า ฮ่อเชียงโกว ต่อมามีคนเห็นเธอขี่เมฆห้าสีเหาะอยู่เหนือโรงเจมั่วโกว ในปี พ.ศ. ๑๓๐๙ - ๑๓๒๑ ปีต้าสี่รัชสมัยฮ่องเต้ถังไต้จง ได้มีคนเห็นฮ่อเซียงโกวที่โรงเจเมืองกว่างโจว ต่างก็รีบไปแจ้งเจ้าเมือง เมื่อมาถึงปรากฏว่าเธอได้หายไปเสียแล้ว ข้าหลวงจึงทำเรื่องกราบบังคมทูลรายงานให้ทรงทราบ สำหรับภาพของฮ่อเชียงโกวเป็นรูปหญิงสาวสวยถือดอกบัว ฮ่อเซียงโกว เป็นเซียนแห่งความดีงาม ความซื่อสัตย์ กตัญญู เกษตรกรรม

 

โอวาท องค์ฮ้อเซียงโกว

ความโกรธ : ก่อให้เกิดการเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จบ ถ้าเราไม่รู้จักเลิกโกรธ ฆ่ามาฆ่าตอบ โกรธมาโกรธตอบร้ายมาร้ายตอบ ท่านจะอยู่ในวังวนแห่งวัฏฎะไม่จบไม่สิ้น แต่ความโกรธก็สามารถฝึกเราได้เช่นกันถ้าเขาโกรธแล้วเราไม่โกรธตอบ ร้ายมาเราดีตอบ ถ้าอยากตัดภพตัดชาติ ก็ต้องอย่าโกรธตอบอย่าร้ายตอบ แม้เขาจะร้ายมาโกรธมา

 

ความโลภ : เหมือนฝนตก ตกน้อยๆ เรารู้สึกยินดีโลภน้อยๆ ทำให้เราอยู่ได้ แต่ถ้าอยากมากเกินไปจนเบียดเบียนคนอื่น มักจะเกิดภัย ความโลภหยุดง่ายๆ แค่ ๒ ประโยค พอใจในสิ่งที่มี ยินดีกับสิ่งที่ได้รับ

 

ความหลง : เหมือนหิมะตกตอนเย็น ตกแล้วทำให้มองอะไรไม่เด่นชัด ขาวไปหมด...

 

คัดย่อข้อมูลจาก : หนังสือพิธีสถาปนาครบรอบ ๖๐ ปี มูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน

 

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
post