Language
 - 
Afrikaans
 - 
af
Albanian
 - 
sq
Amharic
 - 
am
Arabic
 - 
ar
Armenian
 - 
hy
Azerbaijani
 - 
az
Basque
 - 
eu
Belarusian
 - 
be
Bengali
 - 
bn
Bosnian
 - 
bs
Bulgarian
 - 
bg
Catalan
 - 
ca
Cebuano
 - 
ceb
Chichewa
 - 
ny
Chinese (Simplified)
 - 
zh-CN
Chinese (Traditional)
 - 
zh-TW
Corsican
 - 
co
Croatian
 - 
hr
Czech
 - 
cs
Danish
 - 
da
Dutch
 - 
nl
English
 - 
en
Esperanto
 - 
eo
Estonian
 - 
et
Filipino
 - 
tl
Finnish
 - 
fi
French
 - 
fr
Frisian
 - 
fy
Galician
 - 
gl
Georgian
 - 
ka
German
 - 
de
Greek
 - 
el
Gujarati
 - 
gu
Haitian Creole
 - 
ht
Hausa
 - 
ha
Hawaiian
 - 
haw
Hebrew
 - 
iw
Hindi
 - 
hi
Hmong
 - 
hmn
Hungarian
 - 
hu
Icelandic
 - 
is
Igbo
 - 
ig
Indonesian
 - 
id
Irish
 - 
ga
Italian
 - 
it
Japanese
 - 
ja
Javanese
 - 
jw
Kannada
 - 
kn
Kazakh
 - 
kk
Khmer
 - 
km
Korean
 - 
ko
Kurdish (Kurmanji)
 - 
ku
Kyrgyz
 - 
ky
Lao
 - 
lo
Latin
 - 
la
Latvian
 - 
lv
Lithuanian
 - 
lt
Luxembourgish
 - 
lb
Macedonian
 - 
mk
Malagasy
 - 
mg
Malay
 - 
ms
Malayalam
 - 
ml
Maltese
 - 
mt
Maori
 - 
mi
Marathi
 - 
mr
Mongolian
 - 
mn
Myanmar (Burmese)
 - 
my
Nepali
 - 
ne
Norwegian
 - 
no
Pashto
 - 
ps
Persian
 - 
fa
Polish
 - 
pl
Portuguese
 - 
pt
Punjabi
 - 
pa
Romanian
 - 
ro
Russian
 - 
ru
Samoan
 - 
sm
Scots Gaelic
 - 
gd
Serbian
 - 
sr
Sesotho
 - 
st
Shona
 - 
sn
Sindhi
 - 
sd
Sinhala
 - 
si
Slovak
 - 
sk
Slovenian
 - 
sl
Somali
 - 
so
Spanish
 - 
es
Sundanese
 - 
su
Swahili
 - 
sw
Swedish
 - 
sv
Tajik
 - 
tg
Tamil
 - 
ta
Telugu
 - 
te
Thai
 - 
th
Turkish
 - 
tr
Ukrainian
 - 
uk
Urdu
 - 
ur
Uzbek
 - 
uz
Vietnamese
 - 
vi
Welsh
 - 
cy
Xhosa
 - 
xh
Yiddish
 - 
yi
Yoruba
 - 
yo
Zulu
 - 
zu

หน่าไฉฮั้ว( 蓝采和 )

๑๑

หน่าไฉฮั้ว( 蓝采和 )

หน่าไฉฮั้ว ( 采和 ) เซียนแห่งมวลบุปผาชาติ ความอุดมสมบูรณ์

 

หน่าไฉฮั้ว เป็นเซียนแห่งมวลบุปผาชาติ ความอุดมสมบูรณ์ ประวัติของท่านแทบจะไม่มีรายละเอียดอะไรเลย ตามตำนานลัทธิเต๋าถือเอาวันที่ ๒๕ ค่ำ เดือน ๖ ตามจันทรคติจีน เป็นวันกำเนิด เมื่อพิเคราะห์ดูจากคำกล่าวของท่านผู้เฒ่าและของฮ่อเชียงโกวแล้ว หน่าไฉฮั้วจะถือกำเนิดระหว่าง พ.ศ. ๑๑๖๑ - ๑๑๗๕ เป็นสมัยราชวงศ์ถังตอนต้น เมื่อท่านอายุได้ ๑๔ ปี ได้รับประทานผลไม้วิเศษเข้าไป จึงทำให้หน้าตาผิวพรรณคงอยู่แบบนั้นตลอดกาลแม้แต่ลักษณะที่บ่งบอกว่าเป็นเพศหญิงหรือชายก็ไม่ปรากฏชัดเจน แต่ตามลัทธิเต๋าถือว่าเป็นเพศชาย

 

หน่าไฉฮั้วสวมกางเกงสีน้ำเงินขาดกะรุ่งกะริ่ง มีผ้ารัดเอวสีดำ รองเท้าก็มีข้างเดียว ชอบถือตระกร้าใส่ดอกไม้หรือผลไม้ มีกรับยาวถึงสามฟุตเศษ ท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ เป็นวณิพก คือร้องรำทำเพลงตามที่สาธารณะ คนผ่านไปมาฟังเพลงและดูการตีกรับ เพลงที่ร้องดีกว่าของคนอื่น ๆ ตรงที่เป็นสุภาษิต บางตำนานว่าท่านเป่าขลุ่ยด้วย เมื่อได้เงินมาสักกี่อีแปะก็เอาไปซื้อสุรามาเสพ แล้วร้องรำทำเพลงต่อไปบางครั้งเงินที่ได้มาจะเอามาร้อยเป็น

พวง แล้ววิ่งไปตามถนนเงินจะตกหล่นอย่างไรไม่นำพา นอกจากการเป็นวณิพกแล้วหน่าไฉ่ฮั้วยังขายยาสมุนไพรอีกด้วย

 

เมื่อถึงฤดูร้อน หน่าไฉฮั้วจะใส่เสื้อหนาเป็นเสื้อชั้นในแดดร้อนอย่างไรก็ไม่มีเหงื่อออกมา ในช่วงฤดูหนาวมีหิมะโปรยปราย หน่าไฉฮั้วจะใส่เพียงเสื้อชั้นเดียว แต่เวลาพูดจะมีไอออกมาเหมือนน้ำร้อน วันหนึ่งหน่าไฉฮั้วดื่มสุราแล้วร้องรำทำเพลงไปตามถนน มีคนดูเป็นจำนวนมาก ในจำนวนนั้นมีท่านผู้เฒ่าคนหนึ่งกล่าวว่า เมื่อตนยังเป็นเด็กอยู่เห็นหน่าไฉฮั้ว และต่อๆ มาก็พบปะเขาเสมอ แต่หน้าตารูปร่างของหน่าไฉฮั้วไม่เคยเปลี่ยนแปลง เป็นแบบนั้นมาตลอด จนบัดนี้ตนแก่เฒ่าผมและหนวดเคราขาวหมดแล้ว แต่ร่างกายของหน่าไฉฮั้วยังเหมือนเดิมทุกส่วน เสื้อผ้าสีน้ำเงินที่ขาดกะรุ่งกะริ่งรองเท้าที่ใส่ข้างเดียวก็ยังเหมือนเดิม ดูเหมือนจะเป็นชุดที่ใส่แต่ครั้งกระโน้น

 

ครั้นต่อมาหน่าไฉฮั้วได้ไปที่ตำบลแห่งหนึ่ง ได้พบกับลี้ทิก้วยเซียนอีกองค์หนึ่ง ท่านทั้งสองได้สนทนากันตามประสาเซียน อยู่มาวันหนึ่งขณะที่หน่าไฉฮั้วนั่งเสพสุราอยู่ที่บนสะพานข้ามคูเมือง ได้ยินเสียงดีดสีตีเป่ามาจากบนสวรรค์อย่างไพเราะจับใจ ผู้คนที่เดินทางไปมาต่างหยุดฟังเสียงดนตรีด้วยความฉงนกันแทบทุกคน หน่าไฉฮั้วโยนกรับขึ้นไปบนท้องฟ้า ทันใดนั้นกรับคู่นั้นกลายเป็นนกกระเรียนบินลงมายืนต่อหน้าเขา หน่าไฉฮั้วขึ้นขี่นกกระเรียนเหาะขึ้นสวรรค์ไปทันที เมื่อคนเข้าไปในโรงเตี๊ยมที่หน่าไฉฮั้วเป็นขาประจำ ต่างก็เห็นเสื้อผ้าชุดเดิมกองอยู่ ในไม่ช้าของกองนั้นก็กลับกลายเป็นหยกหายไปจนหมดสิ้น หน่าไฉฮ้วได้สำเร็จเป็นเซียนเข้าคณะแปดเซียนหรือโป้ยเซียนเป็นองค์ที่ห้า รัชสมัยสมเด็จพระนางบูเช็กเทียน แห่งราชวงศ์ถัง พ.ศ. ๑๒๓๓ - ๑๒๔๘ มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อเหอชื่อ เป็นบุตรสาวของ เหอชู

อยู่ตำบลหนินหลิง อำเภอจงเชี่ย แขวงกว่างตง นางฝันว่ามีเทพมาบอกให้กินแป้งฮุนบ้อ จะทำให้ร่างกายเบาและไม่ตายนางจึงกินและทำให้ร่างกายเบาจริง นางจึงถือศีลกินเจเสมอมา อยู่มาวันหนึ่ง ลี้ทิก้วยกับหน่าไฉฮั้ว พบกับเหอเขียงที่ฝั่งแม่น้ำตำบลหนินหลิง เขียนทั้งสองได้สอนวิธีบำเพ็ญเพียรเพื่อให้สำเร็จเป็นเซียน จนในที่สุดเธอก็ได้สำเร็จเป็นเชียน ท่านเซียนทั้งสองได้ตั้งชื่อให้ใหม่ว่าฮ่อเชียงโกว กล่าวกันว่า มีคนเห็นฮ่อเชียงโกวเหาะอยู่เหนือโรงเจมั่วโกว ระหว่าง พ.ศ. ๑๓๐๘ - ๑๓๒๑ ฮ่อเซียงโกวเป็นเซียนองค์ที่ ๖ และถือว่าเป็นศิษย์ของหน่าไฉฮั้วด้วย

 

โอวาท องค์หน่าไฉฮั้ว

ทุกข์เพราะลูกไม่มีงานทำ : จงจำไว้ว่า คนทุกคนมีเวรมีกรรมเป็นของตัวเอง พ่อแม่ช่วยได้เท่าที่ช่วยได้ ถ้าช่วยไม่ได้อย่าไปเกี่ยวให้เกิดทุกข์ บางครั้งลูกทุกข์ เพราะพ่อแม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเขามากเกินไป แล้วเราก็ต้องทุกข์โดยเปล่าประโยชน์ เขาโตแล้วบางครั้งก็ต้องปล่อยไป

 

ทุกข์เพราะพ่อแม่ไม่รัก : เราต้องหันมามองตัวเองว่าทำไมท่านไม่รักเรา ท่านไม่รักเรา เราเลยไม่รักท่าน แล้วแบบนี้ความรักจะเกิดไหม? ฉะนั้นแม้ท่านไม่รักเรา ก็จงพยายามทำดี แล้วรักท่านให้มากๆ สักวันท่านจะกลับมารักเราเอง

 

ทุกข์เพราะห่วงพ่อแม่ : เป็นเพราะเราไม่ได้อยู่ใกล้ จึงต้องรักษาชื่อแซ่ของพ่อแม่ให้ดี ถึงอยู่ไกลแต่ชื่อแซ่ท่านไม่เหม็น แล้วว่างก็รู้จักโทรไปหาท่าน หรือกลับไปหาท่านบ้าง อย่าเอาเวลาไปเที่ยวมากนัก

 

ทุกข์เพราะห่วง : ที่มนุษย์ห่วงก็คือ ห่วงลูกหลานกลัวเขาไม่มีกิน จงจำว่าลูกหลานมีบุญเป็นของตัวเอง...

 

คัดย่อข้อมูลจาก : หนังสือพิธีสถาปนาครบรอบ ๖๐ ปี มูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
post