Language
 - 
Afrikaans
 - 
af
Albanian
 - 
sq
Amharic
 - 
am
Arabic
 - 
ar
Armenian
 - 
hy
Azerbaijani
 - 
az
Basque
 - 
eu
Belarusian
 - 
be
Bengali
 - 
bn
Bosnian
 - 
bs
Bulgarian
 - 
bg
Catalan
 - 
ca
Cebuano
 - 
ceb
Chichewa
 - 
ny
Chinese (Simplified)
 - 
zh-CN
Chinese (Traditional)
 - 
zh-TW
Corsican
 - 
co
Croatian
 - 
hr
Czech
 - 
cs
Danish
 - 
da
Dutch
 - 
nl
English
 - 
en
Esperanto
 - 
eo
Estonian
 - 
et
Filipino
 - 
tl
Finnish
 - 
fi
French
 - 
fr
Frisian
 - 
fy
Galician
 - 
gl
Georgian
 - 
ka
German
 - 
de
Greek
 - 
el
Gujarati
 - 
gu
Haitian Creole
 - 
ht
Hausa
 - 
ha
Hawaiian
 - 
haw
Hebrew
 - 
iw
Hindi
 - 
hi
Hmong
 - 
hmn
Hungarian
 - 
hu
Icelandic
 - 
is
Igbo
 - 
ig
Indonesian
 - 
id
Irish
 - 
ga
Italian
 - 
it
Japanese
 - 
ja
Javanese
 - 
jw
Kannada
 - 
kn
Kazakh
 - 
kk
Khmer
 - 
km
Korean
 - 
ko
Kurdish (Kurmanji)
 - 
ku
Kyrgyz
 - 
ky
Lao
 - 
lo
Latin
 - 
la
Latvian
 - 
lv
Lithuanian
 - 
lt
Luxembourgish
 - 
lb
Macedonian
 - 
mk
Malagasy
 - 
mg
Malay
 - 
ms
Malayalam
 - 
ml
Maltese
 - 
mt
Maori
 - 
mi
Marathi
 - 
mr
Mongolian
 - 
mn
Myanmar (Burmese)
 - 
my
Nepali
 - 
ne
Norwegian
 - 
no
Pashto
 - 
ps
Persian
 - 
fa
Polish
 - 
pl
Portuguese
 - 
pt
Punjabi
 - 
pa
Romanian
 - 
ro
Russian
 - 
ru
Samoan
 - 
sm
Scots Gaelic
 - 
gd
Serbian
 - 
sr
Sesotho
 - 
st
Shona
 - 
sn
Sindhi
 - 
sd
Sinhala
 - 
si
Slovak
 - 
sk
Slovenian
 - 
sl
Somali
 - 
so
Spanish
 - 
es
Sundanese
 - 
su
Swahili
 - 
sw
Swedish
 - 
sv
Tajik
 - 
tg
Tamil
 - 
ta
Telugu
 - 
te
Thai
 - 
th
Turkish
 - 
tr
Ukrainian
 - 
uk
Urdu
 - 
ur
Uzbek
 - 
uz
Vietnamese
 - 
vi
Welsh
 - 
cy
Xhosa
 - 
xh
Yiddish
 - 
yi
Yoruba
 - 
yo
Zulu
 - 
zu

ลี้ทิก้วย (李铁拐)

๗.๑

ลี้ทิก้วย (李铁拐)

ลี้ทิก้วย

( )

ลี้ทิก้วย () เซียนแห่งยาและการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ

 

ตำนานได้กล่าวไว้ว่า องค์ลี้ทิก้วย ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๐ เดือน ๗ ตามจันทรคติจีน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ระหว่าง พ.ศ. ๓๔๑ - ๕๓๕ เป็นคนแช่ลี้ ชื่อตัวว่าหลี่เชวียน หรือแต้จิ๋วเรียกชื่อว่า ลี้ทิก้วย ลี้ทิก้วยเป็นคนหนุ่มที่มีรูปร่างคมสัน สติปัญญาเฉลียวฉลาด ชอบถือศีลกินเจและบำเพ็ญเพียรเป็นประจำ ลี้ทิก้วยรำพึงว่า "คนเราเกิดมาต้องตาย ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ความอยากคือดาบอันคมกริบที่คอยตัดรอนธรรมอันบริสุทธิ์อยู่เสมอ ลาภยศ ทรัพย์สินเงินทองเป็นยาพิษ คอยเบื่อให้จิตใจหลงเมามัวถึงแม้จะเป็นฮ่องเต้ มีอาณาจักรกว้างใหญ่ทั้งสี่ทิศ ก็เหมือนกับก้อนเมฆลอยอยู่นอกดวงจันทร์เท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของไม่เที่ยง เหตุใดหนอมนุษย์จึงไม่พิจารณา กลับปล่อยให้จิตใจจมปลักอยู่กับโลกิยธรรมที่ผูกมัดอยู่เป็นปีที่ล่วงไปไม่น่าหลงอยู่กับวัฏจักรเหล่านี้เลย"

 

เมื่อ ลี้ทิก้วย คิดได้ดั่งนี้ เขาจึงออกธุดงค์เข้าป่าเขาไปตามถ้ำ ตลอดจนตามศาลเจ้าโรงเจ แต่ก็ยังไม่สำเร็จมรรคผลเพราะไม่มีอาจารย์ขี้แนะ ลี้ทิก้วยจึงเดินทางไปยังสำนักไท่เสียงเหล่ากุง ที่ภูเขาหัวชาน ซึ่งเป็นภูเขาสูงเทียมเมฆเต็มไปด้วยต้นสนสูงหลายคนโอบ ยามเย็นมีเมฆลอยมาสัมผัสยอดเขาจนทำให้เกิดรังสีสายรุ้งสลับสวยงาม ลี้ทิก้วยเดิมชมป่าเขามาจนมืดค่ำ รุ่งเช้าไท่เสียงเหล่ากุงเจ้าสำนักนั่งสนทนากับอวนคูเซียนภายในถ้ำสำนัก ได้กลิ่นดอกไม้หอมโชยเข้าไปมากกว่าทุกวัน จึงตรวจดูบัญชีเซียน รู้ว่าลี้ทิก้วยอยู่ปากถ้ำซึ่งจะได้เป็นเซียนลี้ทิก้วยในไม่ช้า จึงให้ศิษย์ออกไปเชิญเข้ามาสนทนา ลี้ทิก้วยฝากตนเป็นศิษย์ศึกษาคำสอนไท่เสียงเหล่ากุงกล่าวว่า "จงพยายามสงบอารมณ์ ร่างกายจึงจะสงบ เมื่อร่างกายและอารมณ์สงบแล้ว กามราคะก็ไม่เกิด กิเลสก็จะหมดไป จิตวิญญาณก็จะผ่องใสสะอาดบริสุทธิ์ยิ่งกว่าสำลี ทำให้ไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตาย"

 

ลี้ทิก้วยจึงกลับมาปฏิบัติบำเพ็ญเพียรที่สำนักของตนตามโอวาทของไท่เสียงเหล่ากุง จนสำเร็จญาณสามารถถอดวิญญาณออกไปท่องเที่ยวได้ คนที่สนใจสมัครมาเป็นศิษย์หลายคน ข้างไท่เสียงเหล่ากุงกับอวนคูเซียนขี่นกกระเรียนมาบนยอดเขานัดกับลี้ทิก้วยจะไปท่องเที่ยวตามถ้ำเขาเทียนซานทางภาคตะวันตก ลี้ทิก้วยจึงให้เย่จื่อศิษย์เฝ้าร่างตนไว้พร้อมกับสั่งว่า หากครบเจ็ดวันแล้วตนไม่มาให้เผาร่างนี้เสีย ว่าแล้วลี้ทิก้วยก็ถอดวิญญาณออกจากร่างไปหาสองเซียนตามที่นัดกันไว้ พอถึงวันที่หกทางบ้านบอกเย่จื่อว่ามารดาเจ็บหนัก เย่จื่อคิดหนักว่าจะไปรักษาพยาบาลมารดาดีหรือเฝ้าร่างของอาจารย์ดี จึงปรึกษากับเพื่อนศิษย์ด้วยกันว่าจะทำอย่างใดดี เมื่อความคิดอาจารย์สั่งสอนศิษย์เมื่อโตใหญ่ แต่มารดาสั่งสอนตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิ จะเอาบุญคุณของอาจารย์กับมารดามาเทียบกันคงไม่ได้ ถ้าทิ้งร่างอาจารย์ก็เป็นแต่ผิดสัญญา แต่ถ้าไม่ได้รักษาพยาบาลมารดาก็จะกลายเป็นคนอกตัญญูคิดได้ดังนี้จึงจัดการเผาศพของอาจารย์แล้วรีบกลับไปแต่มารดาถึงแก่กรรมเสียก่อน

 

ฝ่ายไท้เสียงเหล่ากุงกับอวนคูเซียนต่างนำวิญญาณลี้ทิก้วยท่องไปตามสำนักเซียนที่ภูเขาเทียนซาน ๓๖ สำนักเพื่อให้ลี้ทิก้วยได้ศึกษาปฏิบัติทางเวทมนตร์และสมาธิทุกสำนัก กล่าวกันว่า ลี้ทิก้วยได้ศึกษาเวทมนตร์กับเทพเจ้าชื่อหวังมู่ และเล่าจื้อปรมาจารย์แห่งลัทธิเต๋าด้วย เมื่อครบ ๗ วันแล้วทำให้ลี้ทิก้วยร้อนใจเรื่องร่างของตน จึงลาอาจารย์มาที่โรงเจ ไม่พบร่างกายของตน มีแต่กระดูกยังติดไฟกรุ่นอยู่จึงรู้แจ้งชัดแล้ว วิญญาณจึงล่องลอยไปยังเชิงเขาแห่งหนึ่ง เห็นศพขอทานพึ่งตาย หน้าตาน่าเกลียด ผมเผ้ารุงรังขาพิการข้างหนึ่ง มีไม้เท้าและถุงข้าวสารวางอยู่ข้างศพเขาไม่มีทางเลือกจึงตัดสินใจเข้าสิงศพขอทาน จึงกลับฟื้นขึ้น เวทมนตร์คาถาศักดิ์สิทธิ์ตื่นทันทีด้วยมีร่างกายอาศัยเขาจึงเสกไม้เท้าให้เป็นเหล็ก ถุงข้าวสารเป็นน้ำเต้าแล้วกลับไปหาเย่จื่อ เสกมารดาเย่จื่อที่ตายไปให้ฟื้นขึ้นต่างเล่าให้ฟังซึ่งกันและกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ลี้ทิก้วยให้ยาวิเศษแก่เย่จื่อหนึ่งเม็ดทำให้ร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บ ไม่ป่วย ทำมาหาเลี้ยงมารดาจนสิ้นอายุขัย แล้วตนจึงไปบำเพ็ญเพียรที่สำนักเก่าของลี้ทิก้วยจนสำเร็จเป็นเซียนลี้ทิก้วยจึงกลับมานำเย่จื่อไปอยู่ในสำนักเซียนเดียวกัน

 

โอวาท องค์ลี้ทิก้วย : เมื่อสามีภรรยาทะเลาะกัน ลองตอบไปซิว่า... "ใช่ฉันมันคนไม่รักดี แต่ฉันรักเธอ"

 

ถ้าเรารู้จักคิดรู้จักใช้ปัญญาหาเหตุผลในทางที่ดี คนด่าคนว่าหรือยามทุกข์ เราก็แปรเป็นความสุขได้ เราอย่าเอาอารมณ์มาครอบงำจนมืดมิด มองไม่เห็นความดีของเขายิ่งรักมากก็ยิ่งโมโหรุนแรง ไม่รักเลยจึงไม่เคยคิดโมโห ถ้าคิดได้อย่างนี้ความสุขในโลกก็อยู่ตรงหน้า อย่ารักคนอื่นจนลืมรักตัวเอง และอย่ารักคนอื่นจนทำตัวเองทุกข์ มนุษย์เรามีโรคปรารถนาความรักแต่พอเรารักมากๆ เรากลับทุกข์ในรักเพราะเรารักไม่เป็น รักแล้วอมทุกข์

 

คัดย่อข้อมูลจาก : หนังสือพิธีสถาปนาครบรอบ ๖๐ ปี มูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
post