Language
 - 
Afrikaans
 - 
af
Albanian
 - 
sq
Amharic
 - 
am
Arabic
 - 
ar
Armenian
 - 
hy
Azerbaijani
 - 
az
Basque
 - 
eu
Belarusian
 - 
be
Bengali
 - 
bn
Bosnian
 - 
bs
Bulgarian
 - 
bg
Catalan
 - 
ca
Cebuano
 - 
ceb
Chichewa
 - 
ny
Chinese (Simplified)
 - 
zh-CN
Chinese (Traditional)
 - 
zh-TW
Corsican
 - 
co
Croatian
 - 
hr
Czech
 - 
cs
Danish
 - 
da
Dutch
 - 
nl
English
 - 
en
Esperanto
 - 
eo
Estonian
 - 
et
Filipino
 - 
tl
Finnish
 - 
fi
French
 - 
fr
Frisian
 - 
fy
Galician
 - 
gl
Georgian
 - 
ka
German
 - 
de
Greek
 - 
el
Gujarati
 - 
gu
Haitian Creole
 - 
ht
Hausa
 - 
ha
Hawaiian
 - 
haw
Hebrew
 - 
iw
Hindi
 - 
hi
Hmong
 - 
hmn
Hungarian
 - 
hu
Icelandic
 - 
is
Igbo
 - 
ig
Indonesian
 - 
id
Irish
 - 
ga
Italian
 - 
it
Japanese
 - 
ja
Javanese
 - 
jw
Kannada
 - 
kn
Kazakh
 - 
kk
Khmer
 - 
km
Korean
 - 
ko
Kurdish (Kurmanji)
 - 
ku
Kyrgyz
 - 
ky
Lao
 - 
lo
Latin
 - 
la
Latvian
 - 
lv
Lithuanian
 - 
lt
Luxembourgish
 - 
lb
Macedonian
 - 
mk
Malagasy
 - 
mg
Malay
 - 
ms
Malayalam
 - 
ml
Maltese
 - 
mt
Maori
 - 
mi
Marathi
 - 
mr
Mongolian
 - 
mn
Myanmar (Burmese)
 - 
my
Nepali
 - 
ne
Norwegian
 - 
no
Pashto
 - 
ps
Persian
 - 
fa
Polish
 - 
pl
Portuguese
 - 
pt
Punjabi
 - 
pa
Romanian
 - 
ro
Russian
 - 
ru
Samoan
 - 
sm
Scots Gaelic
 - 
gd
Serbian
 - 
sr
Sesotho
 - 
st
Shona
 - 
sn
Sindhi
 - 
sd
Sinhala
 - 
si
Slovak
 - 
sk
Slovenian
 - 
sl
Somali
 - 
so
Spanish
 - 
es
Sundanese
 - 
su
Swahili
 - 
sw
Swedish
 - 
sv
Tajik
 - 
tg
Tamil
 - 
ta
Telugu
 - 
te
Thai
 - 
th
Turkish
 - 
tr
Ukrainian
 - 
uk
Urdu
 - 
ur
Uzbek
 - 
uz
Vietnamese
 - 
vi
Welsh
 - 
cy
Xhosa
 - 
xh
Yiddish
 - 
yi
Yoruba
 - 
yo
Zulu
 - 
zu

พระพาหิยทารุจิริยเถระ

๖๓

พระพาหิยทารุจิริยเถระ

ในพุทธุปบาทกาลนี้ ท่านพระพาหิยทารุจิริยเถระ มาบังเกิดเป็นบุตรของกุฎุมพี ในแคว้นพาหิยรัฐ เมื่อเจริญวัยขึ้นแล้ว ได้ประกอบอาชีพในการค้าขาย ครั้งหนึ่ง ได้ไปทำการค้าขาย ทางจังหวัดสุวรรณภูมิโดยทางเรือ พร้อมด้วยพวกมนุษย์เป็นอันมาก เมื่อเรือกำลังแล่นไปในท่ามกลางมหาสมุทร ยังไม่ถึงที่จุดหมายปลายทาง ก็ได้อับปางลงในท่ามกลางมหาสมุทร พวกคนทั้งหมด ได้ตกเป็นภักษาของปลาและเต่า ยังเหลืออยู่แต่พาหิยทารุจิริยะคนเดียว เกาะแผ่นกระดานได้แผ่นหนึ่ง พยายามแหวกว่ายไปขึ้นที่ท่าเรือชื่อสุปปารกะ   ไม่มีผ้านุ่งห่มติดตัวเลย   จึงเอาเปลือกไม้บ้าง ใบไม้บ้างมาเย็บติดกันเข้า ทำเป็นผ้านุ่งผ้าห่ม ถือกระเบื้องเที่ยวไปขออาหารเลี้ยงชีพ พวกมนุษย์ได้เห็นท่านแล้ว พากันสำคัญว่า ผู้นี้คงเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง อย่างแน่นอน จึงพากันให้ทานข้าวยาคู และข้าวสวยเป็นต้น และนำผ้านุ่ง ผ้าห่มไปให้ เพื่อท่านจะใช้นุ่งห่ม ท่านมาพิจารณาว่า ถ้าเรานุ่งห่มผ้าเสียแล้ว ลาภสักการะของเรา จักเสื่อม จึงปฏิเสธพวกมนุษย์ ไม่ให้นำผ้านุ่งผ้าห่มมาให้อีกต่อไป แล้วนุ่งผ้าทำด้วยเปลือกไม้ตามเดิมและได้มีความสำคัญว่าตนเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง ครั้นพรหม ที่เคยบำเพ็ญสมณธรรม ร่วมกันมาแต่ชาติก่อน ซึ่งไปบังเกิดในพรหมโลกชั้นสุทธาวาส ได้เล็งเห็นพฤติกรรม ของพาหิยทารุจิริยะเช่นนั้น จึงได้ลงมาว่ากล่าว ตักเตือนสติว่า ท่านไม่ใช่พระอรหันต์ ท่านต้องไม่ทำเช่นนั้น จึงรู้สึกสำนึกตัวได้ว่า ตนไม่ใช่พระอรหันต์ การทำเช่นนี้ เป็นการหลอกลวงโลก ไม่เป็นการสมควรเลย  เมื่อรู้สึกตัวเช่นนั้นแล้ว จึงได้เข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดา ซึ่งประทับอยู่ในพระนครสาวัตถี ได้ฟังพระธรรมเทศนา ที่พระองค์ทรงแสดงธรรม ให้รู้จักควบคุมอินทรีย์ และสำเหนียกในไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา  กล่าวคือ ให้ระมัดระวังสำรวมอินทรีย์ เมื่อเห็นรูป ก็สักแต่ว่าเห็น ได้ยินเสียง ก็สักแต่ว่าได้ยิน ได้กลิ่น ก็สักแต่ว่าได้กลิ่น ลิ้มรส ก็สักแต่ว่าลิ้มรสและสัมผัสก็สักแต่ว่าสัมผัสอย่ายินดียินร้ายในสิ่งเหล่านั้น   ท่านได้ส่งจิตไปตามกระแสพระธรรมเทศนา ได้บรรลุพระอรหัตผลพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาขณะอยู่ในเพศคฤหัสถ์ เมื่อจบเทศนา ได้ทูลขอบรรพชาอุปสมบท ในพระพุทธศาสนากับพระบรมศาสดา ในเวลานั้นเผอิญมีนางยักขินีตนหนึ่ง จำแลงเพศเป็นแม่โคนม วิ่งมาโดยเร็วขวิดท่านปรินิพพาน ไม่ทันได้อุปสมบท 
พระบรมศาสดาเสด็จเที่ยวไปบิณฑบาต พร้อมด้วยภิกษุเป็นอันมาก ได้ทอดพระเนตร

เห็นสรีระของท่าน พระองค์จึงรับสั่งให้ภิกษุจัดแจงทำฌาปนกิจแล้วก่อพระสถูปบรรจุอัฐิไว้ณทางใหญ่4แพ่ง   พาหิยะเป็นบัณฑิต และพาหิยะนั้นปรินิพพานแล้ว แต่พระภิกษุทั้งหลาย ก็ยังไม่วายสงสัยว่า พระศาสดา มิได้แสดงธรรมธรรมมากเลย แล้วพาหิยะบรรลุพระอรหัตได้อย่างไร 
พระศาสดาตรัสว่า ธรรมน้อยหรือมาก ไม่ใช่เหตุ ธรรมนั้น ก็เหมือนยาแก้คนที่ดื่มยาพิษ แล้วตรัสคาถาในพระธรรมบทว่า “ถ้าคาถา ถึงพันคาถา ที่ประกอบด้วยบทอันไม่เป็นประโยชน์ ก็ประเสริฐสู้คาถาบทเดียว ที่ฟังแล้วสงบระงับ ไม่ได้” 
ต่อมภายหลัง พระบรมศาสดาประทับนั่งท่ามกลางสงฆ์ ทรงสถาปนาท่านพาหิยเถระไว้ ในตำแหน่งเอตทัคคะ เป็นยอดของภิกษุสาวก ผู้ตรัสรู้เร็ว (ขิปฺปาภิญญานํ)

 

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
post