Language
 - 
Afrikaans
 - 
af
Albanian
 - 
sq
Amharic
 - 
am
Arabic
 - 
ar
Armenian
 - 
hy
Azerbaijani
 - 
az
Basque
 - 
eu
Belarusian
 - 
be
Bengali
 - 
bn
Bosnian
 - 
bs
Bulgarian
 - 
bg
Catalan
 - 
ca
Cebuano
 - 
ceb
Chichewa
 - 
ny
Chinese (Simplified)
 - 
zh-CN
Chinese (Traditional)
 - 
zh-TW
Corsican
 - 
co
Croatian
 - 
hr
Czech
 - 
cs
Danish
 - 
da
Dutch
 - 
nl
English
 - 
en
Esperanto
 - 
eo
Estonian
 - 
et
Filipino
 - 
tl
Finnish
 - 
fi
French
 - 
fr
Frisian
 - 
fy
Galician
 - 
gl
Georgian
 - 
ka
German
 - 
de
Greek
 - 
el
Gujarati
 - 
gu
Haitian Creole
 - 
ht
Hausa
 - 
ha
Hawaiian
 - 
haw
Hebrew
 - 
iw
Hindi
 - 
hi
Hmong
 - 
hmn
Hungarian
 - 
hu
Icelandic
 - 
is
Igbo
 - 
ig
Indonesian
 - 
id
Irish
 - 
ga
Italian
 - 
it
Japanese
 - 
ja
Javanese
 - 
jw
Kannada
 - 
kn
Kazakh
 - 
kk
Khmer
 - 
km
Korean
 - 
ko
Kurdish (Kurmanji)
 - 
ku
Kyrgyz
 - 
ky
Lao
 - 
lo
Latin
 - 
la
Latvian
 - 
lv
Lithuanian
 - 
lt
Luxembourgish
 - 
lb
Macedonian
 - 
mk
Malagasy
 - 
mg
Malay
 - 
ms
Malayalam
 - 
ml
Maltese
 - 
mt
Maori
 - 
mi
Marathi
 - 
mr
Mongolian
 - 
mn
Myanmar (Burmese)
 - 
my
Nepali
 - 
ne
Norwegian
 - 
no
Pashto
 - 
ps
Persian
 - 
fa
Polish
 - 
pl
Portuguese
 - 
pt
Punjabi
 - 
pa
Romanian
 - 
ro
Russian
 - 
ru
Samoan
 - 
sm
Scots Gaelic
 - 
gd
Serbian
 - 
sr
Sesotho
 - 
st
Shona
 - 
sn
Sindhi
 - 
sd
Sinhala
 - 
si
Slovak
 - 
sk
Slovenian
 - 
sl
Somali
 - 
so
Spanish
 - 
es
Sundanese
 - 
su
Swahili
 - 
sw
Swedish
 - 
sv
Tajik
 - 
tg
Tamil
 - 
ta
Telugu
 - 
te
Thai
 - 
th
Turkish
 - 
tr
Ukrainian
 - 
uk
Urdu
 - 
ur
Uzbek
 - 
uz
Vietnamese
 - 
vi
Welsh
 - 
cy
Xhosa
 - 
xh
Yiddish
 - 
yi
Yoruba
 - 
yo
Zulu
 - 
zu

พระปิงคิยเถระ

โซนที่ ๘ ประวัติพระอัครสาวกของพระพุทธเจ้า

พระปิงคิยเถระ

พระปิงคิยเถระ

ท่านพระปิงคิยเถระ เกิดในสกุลพราหมณ์ ในพระนครสาวัตถี เมื่อเจริญวัยแล้ว ได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์เล่าเรียนศิลปวิทยา ในสำนักของพราหมณ์พาวรีผู้เป็นปุโรหิตของพระเจ้าปเสนทิโกศล  ครั้นพราหมณ์พาวรี มีความเบื่อหน่ายในฆราวาส ได้ทูลลาพระเจ้าปเสนทิโกศล ออกจากตำแหน่งปุโรหิต ออกบวชเป็นชฎิล ตั้งอาศรมอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำโคธาวารี ที่พรมแดนแห่งเมืองอัสสกะ และอาฬกะต่อกันเป็นอาจารย์ใหญ่บอกไตรเพทแก่หมู่ศิษย์ ปิงคิยมาณพ ได้ออกบวชติดตามด้วยและอยู่ในมาณพ 16 คน ที่พราหมณ์พาวรีได้ผูกปัญหาส่งไปให้ทูลถามพระบรมศาสดาที่ปาสาณเจดีย์แคว้นมคธ   ปิงคิยมาณพ ได้ทูลถามปัญหาเป็นคนสุดท้ายว่า ข้าพระพุทธเจ้า เป็นคนแก่แล้ว ไม่มีกำลังวังชา มีผิวพรรณเหี่ยวย่นแล้ว ดวงตาของข้าพระพุทธเจ้า ก็เห็นไม่ชัดนัก หูก็ฟังไม่ชัด ขอข้าพระพุทธเจ้า อย่าเป็นผู้หลงฉิบหายเสียในระหว่างเลย ขอพระองค์จงตรัสบอก ธรรมเป็นเครื่องละชาติชรา ในอัตภาพนี้ด้วยเถิดพระเจ้าข้า   พระบรมศาสดา ทรงมีดำรัสตอบว่า ท่านเห็นว่า ชนทั้งหลาย ประมาทแล้ว ย่อมเดือดร้อน เพราะรูปเป็นเหตุเพราะฉะนั้นท่านจงเป็นคนไม่ประมาทละความพอใจในรูปเสียจะได้ไม่เกิดอีก ปิงคิยมาณพทูลถามต่อว่า  ทิศใหญ่สี่ ทิศน้อยสี่ เป็นสิบทิศ ทั้งทิศเบื้องบน เบื้องต่ำ ที่พระองค์ไม่เคยเห็น ไม่เคยฟัง ไม่เคยทราบ ไม่ได้รู้แล้วแม้แต่น้อยหนึ่ง มิได้มีในโลกขอพระองค์ตรัสบอกธรรมเป็นเครื่องละชาติชราในชาตินี้เสีย     พระบรมศาสดาตรัสตอบว่า  เมื่อท่านเห็นหมู่มนุษย์ อันตัณหาครอบงำ มีความเดือดร้อนเกิดขึ้น อันชราถึงรอบด้านแล้ว เหตุนั้น ท่านจงอย่าประมาท ละตัณหาเสีย จะได้ไม่เกิดอีก 
ในที่สุดแห่งการแก้ปัญหา ปิงคิยมาณพ ได้เพียงดวงตาเห็นธรรม คือได้บรรลุเพียงโสดาปัตติผล เพราะเวลาฟังคำตอบปัญหา มีจิตฟุ้งซ่าน คิดถึงพราหมณ์พาวรี ผู้เป็นอาจารย์ว่า ลุงของเรา หาได้ฟังธรรมเทศนาที่ไพเราะอย่างนี้ไม่ อาศัยโทษที่จิตฟุ้งซ่าน เพราะความรักใคร่ในอาจารย์จึงไม่อาจทำจิตให้สิ้นจากอาสวะได้ จากนั้น ปิงคิยมาณพ พร้อมด้วยมาณพสิบห้าคน ทูลขออุปสมบทในพระธรรมวินัยพระองค์ก็ทรงอนุญาตให้เป็นภิกษุด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา  ครั้นท่านปิงคิยมาณพ ได้อุปสมบทแล้ว จึงทูลลาพระศาสดา กลับไปแจ้งข่าวแก่พราหมณ์พาวรี ผู้เป็นอาจารย์แล้ว แสดงธรรมเทศนาแก้ปัญหาสิบหกข้อนั้น ให้ฟัง 
ภายหลัง ได้สดับโอวาทที่พระบรมศาสดาตรัสสั่งสอน ได้บรรลุพระอรหัตผล ส่วนพราหมณ์พาวรี ผู้เป็นอาจารย์ ได้บรรลุธรรมแต่เพียงชั้นเสขภูมิ(อนาคามิผล) หลักพิสูจน์ว่า มาณพ 16 คนบรรลุพระอรหัตต์ มาณพ 16 คนได้สำเร็จพระอรหัตผลตามลำดับ เพราะมีหลักพิสูจน์ว่า ตอนที่พระบรมศาสดา ทรงแสดงธรรมเทศนาจบลง ทรงชี้แจงว่า เมื่อกาลเป็นที่จบลง แห่งธรรมเทศนากัณฑ์หนึ่ง ๆ ของมาณพนั้น ๆ ต่างก็พากันได้บรรลุพระอรหัตต์ทุก ๆ ท่าน เว้นแต่ปิงคิยมาณพผู้เดียวเท่านั้น ได้เพียงธรรมจักษุคือดวงตาเห็นธรรม     พระอรรถกถาจารย์ พรรณาถึงบุคคล 4 จำพวก อันจะพึงเลื่อมใสได้ด้วยอาการต่างกัน คือ1รูปัปปมาณิกา 2. โฆสัปปมาณิกา 3. ลูขัปปมาณิกา 4. ธัมมัปปมาณิกา 

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
post