Displaying items by tag: พุทธจริยวัตร 60 ปาง

10. ปางห้ามมาร

ทางด้านทิศบูรพาแห่งต้นพระศรีมหาโพธิ์ มีต้นไทรย้อยที่ร่มรื่นอยู่ต้น หนึ่ง พวกเด็กเลี้ยงแพะชอบมาอยู่กัน จึงเรียกว่า “อชปาลนิโครธ” พระพุทธองค์ได้เสด็จมาประทับ ใต้ต้นอชปาลนิโครธนี้เพื่อเสวย วิมุติสุขต่อในสัปดาห์ที่ ๕

วสวัตตีมาร เมื่อพ่ายแพ้พระพุทธองค์แล้ว ก็นั่งเสียใจ ขณะนั้นธิดา พญามาร ๓ ตน มีนามว่า ตัณหา ราคา และอรดี ตามลำดับ พากัน มาปลอบโยน อาสาจะไปยั่วยวนพระสมณะโคดม นำกลับมาสู่วิสัย แห่งมารให้ได้ นางทั้งสามไปปรากฏกายต่อพระพักตร์พระพุทธองค์ ร่ายรำแสดงอาการยั่วยวนด้วยประการต่างๆ เพื่อให้พระพุทธองค์ ทรงมีความยินดี

พระพุทธองค์ประทับนิ่ง ยกพระหัตถ์ทำนองห้ามปราม ตรัสด้วย พระอาการสงบว่า  พุทธะใด เอาชนะกิเลสได้เด็ดขาดแล้ว ปราศจาก ตัณหาดุจตาข่ายดักสัตว์อันร้ายกาจแล้ว พุทธะนั้น มีสัพพัญญุตญาณ หาที่สุดมิได้ ไม่เดินตามทางของสรรพกิเลสแล้ว พวกเธอจะนำพุทธะ นั้นไปตามทางไหนเล่า

พระพุทธรูปปางนี้ สร้างเป็นท่านั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางบน พระเพลา พระหัตถ์ขวายกขึ้นป้องเสมอพระอุระ แสดงอาการห้าม เรียกกันว่า “ปางห้าม (ธิดา) มาร”

Published in Zone 1

9. ปางเรือนแก้ว

ในสัปดาห์ที่ ๔ พระพุทธองค์เสด็จออกจากรัตนจงกรมเจดีย์ ไปยังทิศ พายัพของต้นโพธิ์ ประทับ ณ เรือนแก้ว (รัตนฆระ) ว่ากันว่า เทวดา เนรมิตถวาย พระองค์ประทับ ณ เรือนแก้วนี้เป็นเวลา ๗ วัน ทรง พิจารณาพระอภิธรรม

พระอภิธรรมที่ว่านี้คือ พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ที่โบราณาจารย์ย่อให้ สั้นเพื่อจำง่ายว่า สัง-วิ-ธา-ปุ-ก-ย-ป (สังคณี, วิภังค์, ธาตุกถา, ปุคคล บัญญัติ, กถาวัตถุ, ยมก, ปัฏฐาน)

สมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าทรงแสดงเฉพาะธรรมกับวินัย หลังพุทธ- ปรินิพพานแล้ว ประมาณสองร้อยกว่าปี ธรรมกับวินัยจึงได้แตก แขนงออกเป็น ๓ หมวด อันเรียกว่า พระไตรปิฎก โดยธรรมได้แตก ออกเป็น พระสุตตันตปิฎกและพระอภิธรรมปิฎก วินัย ยังคงเป็นพระ วินัยปิฎก พูดง่าย ๆ ก็คือ พระอภิธรรม มาจาก “ธรรม” หรือเป็น ส่วนหนึ่งของ “ธรรม” นั่นเอง

ใครไป นมัสการสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล ที่อินเดีย ก็จะเห็นสถานที่ ต่างๆ ที่พระพุทธองค์เคยประทับ รัตนจงกรมเจดีย์ เขาก็สร้างไว้ข้าง วิหารพุทธคยา มีดอกบัวสำหรับรองรับพระบาท (กี่ดอกไม่ได้นับ) รัตนฆรเจดีย์ ก็สร้างเป็นเรือนถัดจากรัตนจงกรมเจดีย์ ให้เห็นเป็น หลักฐานอยู่

Published in Zone 1

8. ปางจงกรมแก้ว

เป็นพระพุทธรูปทรงยืน พระหัตถ์ทั้งสอง ห้อยลงมาประสานอยู่หน้าพระเพลา แสดง อาการก้าวเดินจงกรม พระเนตรทอดต่ำลง มา อยู่ในอาการสำรวม เห็นปั๊บก็รู้ว่า “กำลังเดิน”

ในสัปดาห์ที่ ๓ หลังตรัสรู้ พระพุทธเจ้า ทรง ถอยจากจุดที่ทรงยืนจ้องต้นพระศรีมหาโพธิ์ เข้ามาอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างต้นพระศรีมหา โพธิ์กับอนิมิสสเจดีย์ ทรงเสด็จจงกรมไปมา อยู่ตลอดเจ็ดวัน

จงกรม แปลตามศํพท์ว่า เดินธรรมดานี่แหละ แต่นำมาใช้เรียกการเดินช้า ๆ และเดินกลับไปกลับมาด้วย จุด ประสงค์ของการเดินจงกรม การที่พระพุทธองค์ทรงทำอย่างนี้ก็เท่า กับ บอกนัยสำคัญดังนี้

๑. เน้นย้ำเรื่อง “สายกลาง”

๒. การพักผ่อน การทำเช่นนี้เป็นการ “พักผ่อนที่มิได้พักผ่อน” หรือ การ “ไม่พักผ่อนที่เป็นการพักผ่อน”

 

ผมว่านี้คือ “รหัสนัย” ที่พึงไขให้แจ้งชัด พระพุทธศาสนาสอนให้เห็น ความสำคัญของกาลเวลา ไม่พึงปล่อยกาลเวลาให้ล่วงไปเปล่า โดยมิ ได้ ทำอะไรให้เกิดประโยชน์ หายใจเข้าออกทุกวินาที ให้ถือประโยชน์ จากการหายใจให้ได้ ทุกการเคลื่อนไหว ทุกอิริยาบถ ควรจะเป็น เครื่องมือ หรือสื่อแห่งการปฏิบัติธรรม

เพราะฉะนั้นในการฝึกสมาธิวิปัสสนา นอกจากจะให้นั่งแล้ว ยังให้ เดินจงกรมด้วย ถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งการฝึกปฏิบัติ

นฐานของคนดี

 

Published in Zone 1

7. ปางถวายเนตร

พระพุทธรูปปางนี้ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก แต่ผู้ ที่สนใจในเรื่องพระพุทธรูปประจำวันคงจะ ทราบ และบางท่านก็คงจะนำไปเป็นพระ บูชาประจำวันเกิดเพราะถือกันว่าเป็นพระ ประจำวันอาทิตย์

พระพุทธรูปปางถวายเนตร ท่าทรงยืน ลืม พระเนตรทั้งสองเต็มที่ ทอดพระเนตรต้น- โพธิ์ พระหัตถ์ทั้งสองข้าง ห้อยลงมา ประสานกันหน้าพระเพลา พระหัตถ์ขวา ทับพระหัตถ์ซ้าย ในอิริยบถสำรวม

ทำไมพระพุทธองค์จึงทรงจ้องต้นโพธิ์ตลอด ๗ วัน ถ้าจะเดาก็ต้องเดาว่า พระองค์ทรงกระทำเช่นนี้เพื่อเป็น แบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลัง

ต้นโพธิ์ เป็นต้นไม้ที่พระพุทธองค์ทรงอาศัย นั่งใต้โคนต้น บำเพ็ญ วิปัสสนาตลอดทั้งคืน จนได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ ความปรารถนา ที่ทรงตั้งไว้ตลอดกาลเวลา อันยาวนาน ได้บรรลุผลสำเร็จ ณ รุ่งเช้า ของวันเพ็ญเดือนหก และ ณ โคนต้นโพธิ์ต้นนี้ พระพุทธองค์ทรงต้อง การจะแสดงความขอบคุณ ต่อต้นโพธิ์ จึงทรงจ้องต้นโพธิ์ด้วยความ ซาบซื้งและขอบคุณ

การรู้บุญคุณของผู้ที่มีบุญคุณ เป็นคุณธรรมที่ดีงามอย่างหนึ่ง เรียก ว่า กตัญญู และเมื่อรู้ในบุญคุณนั้นแล้วก็ตอบแทน เรียกว่า กตเวที คุณธรรมสองข้อนี้ พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็น “พื้นฐาน” ของคนดี คน ดีจะต้องเริ่มจากพื้นฐานนี้

ภูมิ เว สปฺปุริสานํ กตญฺญูกตเวทิตา : ความรู้คุณและตอบแทนคุณ เป็นพื้นฐานของคนดี

 

Published in Zone 1

6. ปางตรัสรู้

พระพุทธรูปปางตรัสรู้ ถือว่าเป็นปางหนึ่งที่มีความสำคัญมาก เพราะ เป็นจุดเริ่มของพระพุทธศาสนา จากการตรัสรู้ของพระมหาสัตว์ ประ ชาชนชาวโลกทั้งหลายจึงได้รับพระธรรมคำสั่งสอนอันเป็นแนวทาง ดำเนินชีวิตที่ดีงามในกาลต่อมา

ถามว่าพระมหาสัตว์ได้ตรัสรู้อะไร  ความรู้พร้อมโดยชอบ คือ รู้อริยสัจ (ความจริงอัน ประเสริฐ) ๔ ประการ คือ ทุกข์, เหตุเกิดทุกข์, ความดับ ทุกข์ได้ และแนวทางปฏิบัติเพื่อดับทุกข์

ล่วงปฐมยามก็ทรงบรรลุญาณอันเรียกว่า ปุพเพนิวาสนุสสติญาณ อัน หมายถึงทรงรู้ชาติ พอถึงมัชฌิมยามก็บรรลุจูตูปปาตญาณ (หรือทิพย- จักขุญาณ) หยั่งรู้ว่าการเกิดการตายของสัตว์ทั้งหลาย พอถึงปัจฉิม- ยาม ก็ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ คือ ความรู้แจ้งถึงความสิ้นไปแห่ง กิเลสจากจิตสันดานของพระองค์ ทรงเป็นสัมมาสัมพุทธะ ผู้ตรัสรู้ ชอบด้วยพระองค์เอง คือ ตรัสรู้อริยสัจสี่นั้นแล

ชาวพุทธได้สร้างพระพุทธรูปปางตรัสรู้นี้ขึ้นมา เพื่อเป็นอนุสรณ์เหตุ การณ์ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ พระพุทธรูปท่านั่งสมาธิ พระบาทขวาทับพระบาท ซ้าย พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย พระพุทธรูปปางนี้ต่างจากปาง มารวิชัยนิดหนึ่ง ตรงที่ปางมารวิชัยพระหัตถ์ขวายื่นลงยังพื้น

 

Published in Zone 1
Wednesday, 30 January 2019 04:42

ปางที่ 5 : ปางผจญมาร

5. ปางผจญมาร

หลังจากทรงเลิกทุกรกิริยา พระมหาสัตว์ประทับอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ สาวใช้ของนายหญิงธิดาของนายบ้านอุรุเวลาเสนานิคมมาเห็นพระ- องค์ แล้วรีบกลับไปรายงานนายหญิงว่า เทพารักษ์ท่านนั่งรอนาย หญิงอยู่ นายหญิงที่ว่านี้ ชื่อสุชาดา เอาข้าวมธุปายาสใส่ถาดทอง ปิดอย่างดีแล้วก็รีบนำไปยังต้นไทร พระมหาสัตว์เสวยข้าวมธุปายาส นั้นแล้ว ก็ลงไปล้างพระโอษฐ์ที่ลำธารอันมีนามว่า เนรัญชรา ทรงตั้ง จิตอธิษฐานว่า ถ้าจะบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณดังปรารถนา ก็ให้ ปรากฏ นิมิตล่วงหน้าด้วยเถิด แล้วทรงลอยถาดทอง ทันใดนั้น ถาด ทองก็ไหลทวนกระแสน้ำไปสักระยะหนึ่งถาดนั้นจมลงไปยังนาค พิภพ 

ทรงนั่งสมาธิเข้าฌาน ใช้ฌานนั้นเป็นบาทฐานแห่งวิปัสสนา แน่วดิ่ง ต่อไป พญามารนามว่า วสวัตตี ผู้ตามผจญพระมหาสัตว์มาตลอด คอยหาช่องโอกาสอยู่เสมอ มาวันนี้เห็นพระมหาสัตว์ทำท่าว่าจะก้าว ล่วงวิสัยของตน จึงเดือดร้อนใจมาก ยกทัพมหึมา มาผจญพระองค์

พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นมาเป็นอนุสรณ์เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นปางนั่ง สมาธิ พระหัตถ์ขวาวางที่พระเพลา ชี้พระดรรชนี (ความจริงทั้งห้า นิ้ว) ลงพื้นดิน พระพุทธรูปปางนี้เรียก ว่า ปางมารวิชัย (อ่าน “มา- ระ-วิ-ไช) หรือ “ปางผจญมาร” ชาวบ้านเรียกปางสะดุ้งมาร เพราะ ความเข้าใจผิด

Published in Zone 1

4. ปางทุกรกิริยา

พระพุทธรูปปางนี้เรียกว่า ปางทุกรกิริยา หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ปางทรมานกาย เหตุการณ์เกิดขึ้นในถ้ำที่เรียกในปัจจุบันนี้ว่า ดงคศิริ ถ้ำดงคศิริ อยู่ฝั่งตะวันออกของ ตำบลพุทธคยา ณ ถ้ำแห่งนี้เอง ที่ พระมหาสัตว์ได้ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา โดยมีพราหมณ์ห้าคน คือ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ อัสสขิ คอยเฝ้าปรนนิบัติ

พระมหาสัตว์ได้ทำทุกรกิริยาเป็นขั้นตอนตามลำดับดังนี้

๑. ทรงกดพระทนต์ด้วยพระทนต์

๒. ทรงผ่อนกลั้นอัสสาสะ ปัสสาสะ

๓. ทรงอดพระกระยาหาร โดยเสวยวันละเล็กละน้อย จนไม่เสวยอะไร เลย จนพระวรกายเหี่ยวแห้ง พระฉวีวรรณเศร้าหมอง ทรงทำถึงขั้นนี้ นับว่าถึงที่สุดแล้วก็ยังไม่บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณที่ทรงมุ่งหวัง พอดี ทรงได้คิดขึ้นมา แล้วทรงค้นทางสายกลาง จึงทรงเลิกทุกรกิริยา

 

เมื่อทรงค้นพบ “ทางสายกลาง” จึงหันมาเสวยพระกระยาหาร ให้มี พละกำลังแข็งแรงต่อไป เป็นเหตุให้ปัญจวัคคีย์ผิดหวัง เข้าใจผิดว่า พระมหาสัตว์คลายความเพียร เวียนมาเป็นคนมักมาก เห็นแก่กินแล้ว จึงชวนกันหนีไปอยู่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน

 

 

Published in Zone 1

 

2. ปางประสูติ

ตำนานเล่าว่า เมื่อพระโพธิสัตว์ก้าวสู่พระครรภ์พระนางสิริมหามายา เกิดปรากฏการณ์ประหลาดหลายอย่าง เช่น พระมารดาไม่มีความยินดี ในกามโดยอัตโนมัติ มีพระวรกายไม่ลำบาก มองเห็นพระโพธิสัตว์นั่ง ขัดสมาธิ ผินพระพักตร์ออกมาข้างพื้นพระอุทรแห่งพระมารดา ดุจ สุวรรณปฏิมาอันสถิตอยู่บนฝักอ่อนในห้องแห่งกลีบปทุมชาติ ขณะ ประทับในพระครรภ์ ก็ไม่แปดเปื้อนมลทิน ไม่คุดคู้ดุจทารกทั่วไป. พระกุมาร ทันทีที่เสด็จออกจากพระครรภ์ ก็เสด็จดำเนินไปได้ ๗ ก้าว ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นชี้พระดรรชนีบนท้องฟ้า บ่ายพระพักตร์ไปทางทิศ อุดร เปล่ง “อาสภิวาจา” ว่า “เราเป็นผู้เลิศของโลก เป็นใหญ่ที่สุด และประเสริฐสุด นี่เป็นชาติสุดท้ายของเรา ไม่มีการเกิดใหม่อีกต่อไป”

พระพุทธรูปปางนี้ ส่วนมากวาดหรือปั้นเป็นพระกุมารน้อย เสด็จ ดำเนินพระบาท มีดอกบัวผุดขึ้นรองรับพระบาท พระหัตถ์ขวาชี้ขึ้นบน ฟ้า บางภาพทำพระโอษฐ์ดุจกำลังเปล่งพระวาจา ขณะที่พระราชชนนี ทรงยืนเหนี่ยวกิ่งสาละอยู่ถัดไป

ที่เมืองไทยเรานั้น ไม่นิยมปั้นพระพุทธรูปปางอื่น นอกจากปางสมาธิ หรือปางมารวิชัย นอกนั้นมักเป็นภาพวาดมากกว่า โดยเฉพาะเหตุ- การณ์ก่อนตรัสรู้ มักไม่นิยม คงเห็นว่ายังไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า จึงไม่ ควรเรียกพระพุทธรูปกระมัง

Published in Zone 1

พุทธจริยวัตร 60 ปาง เป็นการอธิบายพุทธประวัติจากพุทธจริยวัตรที่สำคัญๆ ในช่วงพุทธกาล เป็นจำนวน 60 เหตุการณ์ ซึ่งทำให้ผู้อ่านได้เรียนรู้พุทธจริยวัตรของพระพุทธเจ้า นอกจากนี้ ในหนังสือมีภาพวาดลายเส้นประกอบ ทำให้เห็นภาพของเหตุการณ์ดังกล่าว

ทางพิพิธภัณฑ์จรรโลงพุทธศาสนาต้องขอขอบพระคุณ ศาสตราจารย์พิเศษเสถียรพงษ์  วรรณปก ในการอนุญาตให้ทางพิพิธภัณฑ์ฯ นำเนื้อหาของหนังสือพุทธจริยวัตร 60 ปาง มาเรียบเรียงเพื่อนำเสนอในรูปแบบระเบียงภาพทั้งหมด 60 ภาพ ซึ่งประกอบด้วยภาพดังต่อไปนี้ :

Published in Zone 1

 

1. ปางอัญเชิญจุติ 

เมื่อพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีทั้ง ๑๐ ครบ ถ้วนบริบูรณ์แล้วทั้ง ๓ ขั้น จึงจะพร้อมที่ จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

บารมี ๓ ชั้นคือ (๑) บารมี (บารมีระดับ ธรรมดาๆ ไม่เข้มเท่าใดนัก) (๒) อุปบารมี (บารมีระดับเกือบจะอุกฤษฎ์) และ (๓) ปรมัตถบารมี (บารมีระดับอุกฤษฎ์)

เมื่อบารมีครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว พระโพธิ- สัตว์ก็ไปเกิดเป็นเทพบนสวรรค์ชั้นดุสิต มี นามคล้ายนามชองชั้นนี้ว่า สันดุสิตเทพ- บุตร เสวยสุขอันเป็นทิพย์ อยู่บนสวรรค์ รอวันเวลาจะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า สันดุสิตเทพบุตรพิจารณาดู “ปัญจมหาวิโลกนะ” (การตรวจตราดูอันยิ่งใหญ่ถึงเงื่อนไข ๕ ประการ) เมื่อเห็น ว่าเงื่อนไขทั้ง ๕ ประการพร้อมแล้ว สันดุสิตเทพบุตร ก็รับอัญเชิญ ท้าวมหาพรหมและเหล่าเทพยดาเพื่อมาอุบัติในมนุษย์โลก พระโพธิ- สัตว์จึงลงมาปฏิสนธิในพระครรภ์ของพระนางสิริมหามายาพระอัคร- มเหสีแห่งพระเจ้าสุทโธทนะ กษัตริย์ผู้ครองนครกบิลพัสดุ์ ณ วันเพ็ญ เดือน ๘ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี (โหรเขาคำนวณไว้อย่างนั้น)

พุทธประวัติปางนี้เรียกว่า ปางอัญเชิญพระบรมโพธิสัตว์จุติ นับเป็น ปางแรกสุดแล 

Published in Zone 1
Page 6 of 7

เนื้อหาเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า

เรียนรู้พุทธประวัติจากภาพวาดพุทธประวัติอันทรงคุณค่าของบรมครูเหม เวชกร นอกจากนี้ยังสามารถศึกษาพุทธประวัติได้จาก "พระพุทธจริยวัตร 60 ปาง"

ศึกษาเพิ่มเติมได้จากเนื้อหาในโซนที่ 1  Read more

เนื้อหาเกี่ยวกับพระธรรม

ในโซนที่ 2 ทางพิพิธภัณฑ์ฯ ได้นำหลักธรรมที่เป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนามาแสดงไว้ให้เป็นแรงบันดาลใจในการอยากค้นคว้าหาความรู้ที่ถูกต้องยิ่ง ๆ ขึ้นไป

ศึกษาเพิ่มเติมได้จากเนื้อหาในโซนที่ 2 Read more

หลักปฏิบัติเพื่อความเป็นพระอริยบุคคล

บริเวณโซน 10 ทางพิพิธภัณฑ์ฯ ได้คัดสรรหลักธรรมปฏิบัติเพื่อการบรรลุความเป็นพระอริยบุคคลของครูบาอาจารย์สายพระวัดป่า ผู้ที่ได้รับความยอมรับนับถือว่ามีปฏิปทาและได้ปฏิบัติธรรมอย่างอุกกฤษ Read more

พระอรหันต์ 29 องค์

โซน 12 เป็นโซนที่แสดงถึงความสำเร็จของพระอริยสงฆ์ ที่สามารถปฏิบัติธรรมจนสำเร็จชั้นการเป็นพระอรหันต์ 29 องค์ เพื่อมาให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชา ได้ถือรายนามเดียวกันกับที่แสดงในพระเจดีย์ 28 พระอรหันต์ ที่วัดอโศการาม  Read more

You are here: Home Navigations Floor 1 Plan Zone 1 : Buddha พุทธจริยวัตร 60 ปาง