Displaying items by tag: พุทธจริยวัตร 60 ปาง

28. ปางชี้อสุภะ

เป็นพระพุทธรูปในพระอิริยบถยืน พระหัตถ์ ซ้ายห้อยลงมา  พระหัตถ์ขวาทรงชี้พระ- ดรรชนีไปข้างหน้า ว่ากันว่าทรงชี้ไปที่ศพ อดีตสาวงามนางหนึ่ง “ดูเอาเถิด ภิกษุทั้ง หลาย จงดูมาตุคามที่เป็นที่รักที่ปรารถนา ของปวงชน นามว่าสิริมานี้ แต่ก่อนเมื่อสมัย เธอยังมีชีวิตอยู่ ชาวพระนครนี้ให้ทรัพย์พัน กหาปณะ เพียงเพื่ออภิรมย์กับเธอเพียงคืน เดียว บัดนี้แม้ให้เปล่าๆ ก็ไม่มีใครปรารถนา รูปร่างที่งามเห็นปานนี้ถึงความสิ้นและความเสื่อมไปแล้ว ภิกษุทั้งหลายพวก เธอจงดูร่างกายนี้ อันเป็นของ ปฏิกูลเน่าเหม็น ดูให้เห็นสัจจะความจริงแห่งสังขาร”

 พระองค์ได้ตรัสคาถา (โศลก) บรรยายธรรมสั้น ๆ ว่า “จงดูอัตภาพ ร่างกายที่ว่าสวยงามนี้เถิด เต็มไปด้วยแผล สร้างด้วยกระดูก มาก ด้วยโรค มากด้วยความครุ่นคิดปรารถนา หาความยั่งยืนถาวรมิได้ แม้แต่น้อยนิด”

 กิริยาอาการที่ทรงชี้พระดรรชนีไปยังศพของนางสิริมา เพื่อตรัสสอน ภิกษุหนุ่มนี้แลเรียกว่า ทรงชี้อสุภะ คือชี้ให้เห็นความไม่งามของร่าง กาย ชาวพุทธจึงได้สร้างพระพุทธรูปขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งเหตุ- การณ์นี้ เรียกว่า “ปางชี้อสุภะ”

 ภิกษุหนุ่มได้ตื่นจากภวังค์ พิจารณาไปตามกระแสพระธรรมเทศนา ก็ได้บรรลุโสดาปัตติผล

 

Published in Zone 1

29. ปางประดิษฐานรอยพระพุทธบาท

ความจริง พระพุทธรูปปางนั้น ปางนี้ ท่าน กำหนดหมายถึงลักษณะของพระพุทธรูปใน อิริยาบถต่างๆ เช่น ปางลีลา ปางตรัสรู้ แต่ที่ ผมเขียนมานี้ดูเหมือนจะหมายเพียง “ตอน” หรือ “เวลา” ปางประดิษฐานรอยพระพุทธ- บาทก็หมายถึงพระพุทธเจ้าตอนทรงประทับ รอยพระพุทธบาท หรือเมื่อครั้งประทับรอย พระพุทธบาท นั้นเอง

 การที่พระพุทธองค์ทรงประทับรอยพระพุทธบาทไว้ให้ปรากฏ จุด ประสงค์เบื้องแรก (ถ้าดูตามเรื่องนี้) เพื่อให้พราหมณ์และพราหมณี เห็นว่าพระองค์มิได้ไปไหนไกล หากอยู่แถวๆ นั้นเองเพื่อให้เขาตาม พบและได้ฟังธรรมจากพระองค์ พูดอีกนัยหนึ่งก็ว่า ทรงประทับรอย พระพุทธบาทไว้ เพื่อใช้เป็น “สื่อ” หรืออุปกรณ์สอนธรรมนั้นเอง และในที่สุดก็บรรลุผลตามที่ทรงประสงค์

 ต่อมา มีความนิยมสร้างรอยพระพุทธบาทขึ้นในที่ต่างๆ เพื่อเป็น “พุทธานุสสติ” สร้างขึ้นแล้ว ก็แต่งตำนานเล่าทำนองว่า เป็นพระ- บาทจริง พระพุทธเจ้าเสด็จไปประดิษฐานไว้จริงๆ ดังทราบกัน

 จะเป็นรอยพระพุทธบาทจริงหรือไม่ มิใช่ประเด็น ประเด็นก็คือ พระพุทธบาทไม่ว่า ที่ไหน นับว่าเป็นปูชนียวัตถุ สิ่งที่ควรเคารพ สักการะของพุทธศาสนิกชน ช่วยเตือนให้รำลึกถึงพระพุทธเจ้าได้ ทั้งนั้น

Published in Zone 1

28. ปางปาฏิหาริย์เปิดโลก

พระพุทธรูปปางนี้ มักจะอธิบายรวมกันกับ ปางเสด็จลงจากดาวดึงส์ ส่วนมากอยู่ใน พระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ขวา-ซ้ายเหยียด ลงตามปกติ เหมือนปางทรงยืน (ไม่อยาก ใช้ว่าประทับยืน) แต่แบพระหัตถ์ทั้งสองไป ข้างหน้า ทำท่าเปิดโลก

โลกทั้งสามที่ว่านี้ คือ เทวโลก มนุษย์โลก และยมโลก เทวโลกคือ โลกเทวดา ตั้งแต่ พรหมโลกลงมาจนถึงสวรรค์ทุกชั้น มนุษย์ โลก ก็คือโลกมนุษย์เดินดินทั้งหลายนี้แล ส่วนยมโลก ก็คือนรกทั้งหลายกี่ขุมๆ ปรากฏให้เห็นหมด

พระพุทธองค์ ขณะเสด็จลงจากดาวดึงส์ ทอดพระเนตรดูเบื้องบน โลกทั้งมวลตั้งแต่มนุษย์ ก็สว่างโล่งไปหมด เมื่อทรงเหลียวดูไปรอบ ทิศ ก็สว่างไปทั่ว เมื่อทอดพระเนตรลงเบื้องต่ำ ความสว่างก็ปรากฎ ไปทั่วนรกทุกขุม สัตว์ทั้งหลายต่างก็แลเห็นกันและกัน มนุษย์เห็น เทวดา เทวดาเห็นมนุษย์ มนุษย์และเทวดาเห็นสัตว์นรก สัตว์นรกก็ เห็นมนุษย์และเทวดา เป็นที่น่าอัศจรรย์

 คัมภีร์ปฐมสมโพธิบรรยายว่า “ครั้งนั้นเทพยดามนุษย์และสัตว์เดรัจ- ฉานกำหนดที่สุด มดดำมดแดง ซึ่งเห็นพระชินสีห์ แลสัตว์คนใดคน หนึ่ง ซึ่งจะมิได้ปรารถนาพุทธภูมินั้น มิได้มีเป็นอันขาด” แปลเป็น ไทยว่า ทุกคนปรารถนาอยากเป็นพระพุทธเจ้า อยากทำได้เหมือน พระพุทธเจ้า อย่าว่าแต่คนเลยกระทั่งมดดำมดแดง ก็อยากเป็นเลย สำนวนบรรยายท่านอาจจะ “เวอร์” ไปบ้าง แต่สรุปแล้วก็คือ ไม่ว่า ใครเมื่อเห็นปรากฎการณ์ครั้งนี้แล้ว ต่างก็อัศจรรย์ใจและเลื่อมใสใน พุทธานุภาพ

Published in Zone 1

27. ปางเทโวโรหนะ

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงจำพรรษาตลอดสาม เดือน บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้ว ทรงออก พรรษาแล้ว เสด็จลงยังมนุษย์โลก ณ เมือง สังกัสสะ แคว้นภัคคะ ในวันมหาปวารณา ประชาชนต่างก็พากันมาชุมนุมกัน เพื่อเฝ้า พระพุทธองค์ สถานที่นี้เรียกว่า เทโวโรหนะ อยู่ที่อุตตรประเทศ ตามที่พระเจ้าอโศก มหาราชบันทึกบอกไว้ให้ปรากฏเป็นหลัก ฐานมาจนปัจจุบันนี้

เมื่อถึงเวลา พระพุทธองค์ก็เสด็จลงมาทาง บันไดแก้ว แวดล้อมไปด้วยเหล่าเทวดา อัน มีท้าวสักกะมหาราชเป็นประธานตามเสด็จ ทางบันไดทองด้านขวา และท้าวสหัมบดี- พรหมกับหมู่พรหมทั้งหลายตามเสด็จลงมา ทางบันไดเงินด้านซ้าย

พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดประชาชนที่มาเผ้าโดยทั่วหน้ากัน ทรงทำปาฏิหาริย์เปิดโลก (โลกวิวรณปาฏิหาริย์) คือทรง บันดาลให้พรหม เทวดา มนุษย์ สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน มองเห็น กันไม่มีอะไรปิดบัง

เรื่องราวตรงนี้ เกิดพระพุทธรูปสามปางด้วย กัน คือ

๑. ปางลีลา มักจะเป็นพระพุทธรูปทรงยืน ยกส้นพระบาทขวา ขึ้นจากพื้น ปลายพระบาทยังจรดอยู่กับพื้น อยู่ในท่าจะก้าวย่าง ดำเนิน พระหัตถ์ขวาห้อยอยู่ในท่าไกว พระหัตถ์ซ้ายยกเสมอพระ อุระ  ตั้งฝ่าพระหัตถ์ป้องไปข้างหน้าเป็นกิริยาเดิน (บางรูปยกพระ หัตถ์ขวาก็มี) ดูพระพุทธรูปที่ พุทธมณฑลเป็นตัวอย่าง

๒. ปางเปิดโลก อยู่ในพระอิริยาบถยืน ห้อยพระหัตถ์ซ้ายขวา ปกติ เหมือนปางทรงยืน แต่แบฝ่าพระหัตถ์หันออกไปข้างหน้า เป็น กิริยาเปิด (ที่ทำเป็นแบบยกพระหัตถ์ทั้งสองขึ้นก็มี)

๓. ปางเทโวโรหนะ หรือปางเสด็จลงจากดาวดึงส์ ดังที่กล่าวถึง ข้างต้น พระพุทธรูปปางนี้ เป็นที่นิยมในหมู่ชาวพุทธมาก ภาพจิตร- กรรมฝาผนังที่ศิลปินทุกยุคทุกสมัย จะวาดเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้แทบ ทั้งนั้น และสวยงามวิจิตรตระการตาเป็นอย่างยิ่ง

Published in Zone 1

26. ปางโปรดพุทธมารดา

พุทธมารดาที่ถูกต้องเรียกว่าอตีตพุทธมารดา เพราะพระนางสิริมหา มายา ได้สวรรคตไปอุบัติเป็นเทพแล้ว เมื่อพระพุทธองค์เสด็จขึ้นไป โปรดเหล่าเทพยดาบนดาวดึงส์ อันมีท้าวสักกะเทวราชเป็นประมุข นั้น สันดุสิตเทพบุตรซึ่งอยู่บนสวรรค์ชั้นสูงขึ้นไป ได้ลงมาสดับพระ- ธรรมเทศนา ณ ดาวดึงสวรรค์ด้วย

คัมภีร์อรรถกถาเล่าว่า หลังจากทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์เสร็จแล้ว พระพุทธงค์ทรงรำพึงว่า บัดนี้ได้เวลาจะไปโปรดพุทธมารดา ซึ่ง เกิดอยู่บนดุสิตสวรรค์แล้ว จึงทรงยกพระบาทขวาขึ้น จากจงกรม แก้ว ก้าวขึ้นเหยียบยอดเขายุคันธร แล้วยกพระบาทซ้าย ก้าวขึ้น เหยียบยอดเขาสิเนรุ (เขาพระสุเมรุ) แล้วเสด็จขึ้นประทับยังแท่น บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ภายใต้ร่มไม้ปาริชาตบนสรวงสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์

พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาให้ประชุมเทพยดาทั้งหลาย ฟัง ว่ากันว่าทรงแสดงพระอภิธรรม ว่ากันอย่างนั้น คำกล่าวนี้กล่าว ตามคัมภีร์อรรถกถา เช่น ธัมมปทัฏฐกถา และอัตถสาลินี แต่ไม่มี หลักฐานใดในพระไตรปิฎก  จึงเชื่อกันว่าเป็นความคิดยุคหลัง

เมื่อพระพุทธองค์ประทับอยู่บนดาวดึงส์สวรรค์ครบสามเดือนแล้ว ก็เสด็จลงยังมนุษย์โลกตามเดิมต่อไป

Published in Zone 1

25. ปางแสดงยมกปาฏิหาริย์

เหล่าเดียรถีย์ได้ทราบว่า พระ- พุทธองค์จะทรงแสดงปาฏิหาริย์ ใต้ต้นมะม่วงใหญ่ต้นหนึ่งนอก เมืองพากันไปโค่นต้นมะม่วงจน หมด คิดตื้น ๆ ว่าเมื่อไม่มีต้น มะม่วง แล้วพระสมณโคดมจะ แสดงปาฏิหาริย์ได้อย่างไร

เช้าวันที่กำหนดพระพุทธเจ้า เสด็จเข้าไปบิณฑบาตในเมืองเสด็จออกมาสวนทางกับนายคันฑะ คนเฝ้าอุทยานของพระเจ้า ปเสนทิโกศล นายคัณฑะได้มะม่วงผลใหญ่พิเศษผลหนึ่ง ตั้งใจนำไป ถวายพระเจ้าปเสนทิโกศล เมื่อพบพระพุทธเจ้าก็เปลี่ยนใจ นำเอา ไปถวายพระองค์ พระพุทธองค์เสวยมะม่วงผลนั้นแล้ว ทรงเอา เมล็ดเพาะลงในดิน เอาน้ำล้างพระหัตถ์รด ทันใดนั้น เมล็ดมะม่วง นั้นก็ค่อยงอกขึ้นๆ เป็นลำต้นโตขึ้นตามลำดับ แผ่กิ่งก้านสาขามีดอก มีผลภายในไม่กี่นาที เป็นที่มหัศจรรย์

 เมื่อได้เวลา พระพุทธเจ้าก็เสด็จมายังบริเวณต้นมะม่วงใหญ่ ทรง เนรมิตที่จงกรมแก้วเหนือต้นมะม่วง เสด็จขึ้นประทับนั่งยังจงกรม แก้ว ทรงบันดาลปาฏิหาริย์ให้บังเกิด เช่น ท่อไฟพุ่งออกจากพระ- กายเบื้องบน สายน้ำพุ่งออกจากพระกายเบื้องล่าง ฯลฯ พระพุทธ องค์ ทรงนิรมิตพระพุทธนิรมิตขึ้นอีกพระองค์หนึ่ง มีพระรูปโฉม คล้ายองค์จริงทุกประการ เป็นต้น

 นี้แลเรียกยมกปาฏิหาริย์ เป็นที่ชื่นชมมหัศจรรย์ของประชาชนผู้เฝ้า ดูเป็นอย่างยิ่ง เหล่าเดียรถีย์เห็นพุทธานุภาพเช่นนั้น ต่างก็พากัน หลบลี้หนีไป ไม่กล้าอยู่ให้ขายหน้าประชาชนต่อไป ด้วยประการ ฉะนี้แล

Published in Zone 1

24. ปางโปรดพระนันทะ

นันทกุมาร เป็นพระอนุชาต่างพระมารดาของพระพุทธเจ้า คือ ท่านเป็น โอรสของพระเจ้าสุทโธทนะกับพระนางมหาปชาบดีโคตมี พระแม่น้าของ พระพุทธองค์ นันทกุมารมีกนิษฐานามว่า รูปนันทา ต่อมา รูปนันทา ก็ไป บวชเป็นภิกษุณี

ในวันที่ ๕ หลังจากเสด็จนิวัติพระนครกบิลพัสดุ์ พระพุทธเจ้าเสด็จไปงาน อาวาหมงคลของเจ้าชายนันทะกับพระนางชนบทกัลยาณี ขณะเสด็จกลับก็ ประทานบาตรให้นันทกุมารถือตามเสด็จจนถึงนิโครธาราม แล้วพระองค์ก็ ประทานการอุปสมบทให้นันทกุมารพระอนุชาทันที หลังจากพระนันทะบวช แล้ว จิตใจว้าวุ่น ไม่เป็นอันปฏิบัติธรรม เพราะคิดถึงพระชายาที่เพิ่งเข้าพิธี อภิเษกสมรส พระพุทธองค์จึงทรงบันดาลฤทธิ์ จับแขนพระนันทะแล้วพา เหาะไปยังดาวดึงส์สวรรค์ ปรากฏมีนางเทพอัปสรจำนวนมาก ล้วนรูปร่าง สวยงามสุดจะพรรณนาได้ และตรัสบอกวิธีที่จะได้นางฟ้ามาครอง พระ นันทะจึงขมักเขม้นฝึกปฏิบัติอย่างจริงจัง ในไม่ช้าก็บรรลุพระอรหัตตผล

พระพุทธองค์ ได้ใช้เทคนิควิธีการสอนที่เหมาะสมแก่อุปนิสัยของพระนันทะ สอนเธอ จนได้บรรลุจุดหมายสูงสุดแห่งชีวิตแล้ว ด้วยประการฉะนี้ เทคนิค นี้อาจเรียกว่า กุศโลบาย เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย คงไม่มีใครพิเรนคิดว่า พระพุทธเจ้าทรงหลอกพระนันทะแน่นอน

Published in Zone 1

23. ปางโปรดพระราหุล

เจ้าชายราหุล เดินตามพระพุทธเจ้า ปากก็พร่ำขอขุมทรัพย์ (หรือ ความเป็นรัชทายาท) จากพระพุทธองค์ ตามคำแนะนำของพระนาง ยโสธราพิมพา พระมารดา พระพุทธองค์ทรงดำริว่า อันธรรมดา ทรัพย์ภายนอกทั้งหลายย่อมไม่ปลอดภัย อาจวิบัติฉิบหายไปเพราะ โจรภัย อัคคีภัย ราชภัย เป็นต้น แต่ทรัพย์ภายในอันเป็นทรัพย์อัน ประเสริฐ (อริยทรัพย์) ไม่มีวันสูญหายไป จึงรับสั่งให้พระสารีบุตร อัครสาวกบวชให้ราหุลกุมาร เพราะมีทางนี้เท่านั้นที่จะประทาน “อริยทรัพย์” ให้ได้

พระสารีบุตรก็งงเหมือนกัน เนื่องจากไม่เคยมีเด็กอายุน้อยปานนี้ บวชมาก่อน จึงกราบทูลถามว่า “จะให้บวชแบบไหน” “ให้ราหุล รับไตรสรณคมน์ก็พอ” พระพุทธองค์ ตรัสตอบ เมื่อมีเด็กอายุน้อย มาบวชดังกรณีราหุลกุมารนี้ การใช้คำจึงต้องเปลี่ยน เรียการบวช เณรว่า บรรพชา เรียกการบวชพระว่า อุปสมบท นี้คือความเป็นมา ของถ้อยคำ

เมื่อราหุลเป็นหนุ่ม อายุประมาณ ๑๘ ปี พระพุทธองค์ได้ตรัสสอนให้ พิจารณาขันธ์ ๕ โดยความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ราหุลสดับ พระธรรมเทศนาแล้วได้บรรลุพระอรหัต

Published in Zone 1

22. ปางโปรดพุทธบิดา

พระเจ้าสุทโธทนะ แม้จะไม่ยินดีที่พระราช- โอรสออกผนวช แต่เมื่อทรงทราบว่าพระ- มหาสัตว์ได้บรรลุธรรมขั้นสูงสุด ที่ทรง ปรารถนาแล้ว และเสด็จไปประทับ ณ พระ เวฬุวัน เมืองราชคฤห์ ก็อดดีพระทัยไม่ได้ จัดคณะทูตคณะหนึ่งไปทูลอัญเชิญเสด็จ นิวัติพระนครกบิลพัสดุ์ เพื่อโปรดพระองค์ และพระประยูรญาติ

พระเจ้าสุทโธทนะ พุทธบิดา ประณมหัตถ์ เหนือพระเศียร กราบทูลว่า “ข้าแต่พระผู้มี พระภาค เมื่อพระองค์ประสูติใหม่ได้ ๑ วัน หม่อมฉันให้พี่เลี้ยงนำมาเพื่อไหว้อสิตดาบส (กาลเทวิลดาบส) พระองค์ทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้ปรากฏขึ้นไปบนชฎาของดาบส  ครั้งนั้นหม่อนฉันถวายบังคม พระองค์เป็นครั้งปฐม ต่อมาเมื่องานพระราชพิธีวัปปมงคล (แรกนา ขวัญ) พระพี่เลี้ยงนำพระองค์ไปประทับใต้ต้นหว้า เมื่อพระอาทิตย์ บ่ายคล้อยไปแล้ว เงาไม้ก็มิคล้อยไปตามตะวัน หม่อมฉันเห็นเป็น อัศจรรย์ ได้ถวายบังคมเป็นครั้งที่สอง คราครั้งนี้ หม่อนฉันขอถวาย บังคม เป็นครั้งที่สาม”

 บรรดาพระประยุรญาติที่กระด้างกระเดื่อง ในเบื้องต้น ต่างก็พากันลด ทิฐิมานะ ก้มกราบถวายบังคมทั่วหน้ากัน พระสุคตเจ้าเสด็จลงจาก นภากาศ ประทับบนพระพุทธอาสน์ ท่ามกลางเหล่าศากยวงศ์ทั้งปวง

 ขณะนั้นเมฆได้ตั้งเค้า บันดาลหยาดฝนเม็ดหยาบสีแดงเรื่อตกลงมา ประหลาดว่าฝนเม็ดสีแดงเรื่ออันเรียกว่า ฝนโบกขรพรรษ นั้น ใครไม่ ประสงค์จะให้ร่างกายเปียกก็ไม่เปียก ใครประสงค์จะให้เปียกจึงเปียก เป็นที่มหัศจรรย์อย่างยิ่งแล

Published in Zone 1

21. ปางห้ามพยาธิ หรือห้ามพระญาติ

มีเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ในพะคัมภีร์ ๒ เหตุ- การณ์ ที่ทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับพระ- พุทธรูปปางหนึ่งอ่านออกเสียงเหมือนกัน แต่ เขียนไม่เหมือนกัน คือปางห้ามพยาธิ (อ่าน “ห้ามพะยาด”) กับปางห้ามพระญาติ (อ่าน “ห้ามพระยาด”)

(นัยที่ ๑) คราวเมืองไพศาลีต้องผจญภัยพิบัติ พระพุทธองค์ทรงรับให้พระอานนท์สวด รัตนสูตร  พระเถระเจ้ารับพระพุทธบัญชาอุ้มบาตรบรรจุน้ำมนต์จาริกรอบกำแพงเมืองไพศาลี พลางปะพรมน้ำ พุทธมนต์ไปด้วย ว่ากันว่าบรรดาภูตผีปีศาจทั้งหลาย พอร่างกายถูก หยาดน้ำพุทธมนต์ ก็รู้สึกปวดแสบปวดร้อน วิ่งหนีกันจ้าละหวั่น พระพุทธรูปปางห้ามพยาธิ จึงสร้างขึ้นเพื่อจารึก เหตุการณ์ครั้งนี้

(นัยที่ ๒) ที่นี้มาว่าถึงนัยที่ ๒ ห้ามพระญาติ หมายถึงห้ามญาติพี่น้อง ญาติพี่น้องหรือพระประยูรญาติของพระพุทธเจ้ากำลังจะฆ่าฟันกัน พระพุทธองค์จึงเสด็จไปห้าม ..พระพุทธองค์ทรงทราบว่าญาติพี่น้อง กำลังจะประหัตประหารกันเพราะเรื่องน้ำ จึงเสด็จไปห้าม กษัตริย์ทั้ง สองวงศ์ เมื่อได้รับประทานพระโอวาทจากพระพุทธองค์ ก็ยินยอม สงบศึก ตกลงแบ่งน้ำกันคนละครึ่ง ยกทัพกลับเข้าเมือง

ว่ากันว่า พระพุทธรูปปาง “ห้ามพระญาติ” สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์ เหตุการณ์ครั้งนี้ เขียน “ห้ามพระญาติ” อันหมายถึง พระประยูรญาติ ทั้งสองฝ่าย มิใช่พยาธิ (โรคร้าย) แต่อย่างใด

Published in Zone 1
Page 4 of 7

เนื้อหาเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า

เรียนรู้พุทธประวัติจากภาพวาดพุทธประวัติอันทรงคุณค่าของบรมครูเหม เวชกร นอกจากนี้ยังสามารถศึกษาพุทธประวัติได้จาก "พระพุทธจริยวัตร 60 ปาง"

ศึกษาเพิ่มเติมได้จากเนื้อหาในโซนที่ 1  Read more

เนื้อหาเกี่ยวกับพระธรรม

ในโซนที่ 2 ทางพิพิธภัณฑ์ฯ ได้นำหลักธรรมที่เป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนามาแสดงไว้ให้เป็นแรงบันดาลใจในการอยากค้นคว้าหาความรู้ที่ถูกต้องยิ่ง ๆ ขึ้นไป

ศึกษาเพิ่มเติมได้จากเนื้อหาในโซนที่ 2 Read more

หลักปฏิบัติเพื่อความเป็นพระอริยบุคคล

บริเวณโซน 10 ทางพิพิธภัณฑ์ฯ ได้คัดสรรหลักธรรมปฏิบัติเพื่อการบรรลุความเป็นพระอริยบุคคลของครูบาอาจารย์สายพระวัดป่า ผู้ที่ได้รับความยอมรับนับถือว่ามีปฏิปทาและได้ปฏิบัติธรรมอย่างอุกกฤษ Read more

พระอรหันต์ 29 องค์

โซน 12 เป็นโซนที่แสดงถึงความสำเร็จของพระอริยสงฆ์ ที่สามารถปฏิบัติธรรมจนสำเร็จชั้นการเป็นพระอรหันต์ 29 องค์ เพื่อมาให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชา ได้ถือรายนามเดียวกันกับที่แสดงในพระเจดีย์ 28 พระอรหันต์ ที่วัดอโศการาม  Read more

You are here: Home Navigations Floor 1 Plan Zone 1 : Buddha พุทธจริยวัตร 60 ปาง